บริหารจัดการอาคาร: เหตุผลว่าทำไมต้องเผื่อ BTU ให้มากกว่าขนาดของห้องก่อนติดแอร์ วิธีเลือกแอร์ให้พอดีกับ BTU ของแอร์ คนขี้ร้อนมักจะคิดว่าหากติดแอร์ที่มีความสามารถทำความเย็นสูง ๆ ห้องก็จะเย็นเร็วคลายร้อนได้ดี เปิดประตูไปเปิดแอร์ไม่กี่นาทีก็จะเย็นเร็ว แต่ในขณะเดียวกันค่าไฟคงจะขึ้นสูงพอสมควร วันนี้พี่จระเข้จึงนำความรู้เกี่ยวกับการเลือกแอร์ตามขนาด BTU มาฝากให้กับเจ้าของบ้านมือใหม่กันครับ

การเลือกแอร์ต้องเลือกตามขนาด BTU ที่ย่อมาจาก British Thermal Unit คือวิธีการคำนวนการใช้งานของเครื่องปรับอากาศตามอุณหภูมิห้อง (ตามการใช้งาน) จะต้องเผื่อ BTU อีก % ก็ต่อเมื่อมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการระบายความร้อนอย่าง หลอดไฟจำนวนมาก และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

วิธีการคำนวณ BTU

BTU = ความกว้าง (m) x ความยาว (m) x ค่าตัวแปร

โดยค่าตัวแปร (ไม่มีหน่วย) คือค่าการโดนแดดโดยประมาณที่มีการกำหนดเอาไว้คร่าว ๆ ดังนี้
– 750 ห้องนอนไม่โดนแดด
– 800 ห้องนอนโดนแดด
– 850 ห้องทำงานไม่โดนแดด
– 900 ห้องทำงานโดนแดด
– 950-1,100 ร้านอาหาร สำนักงานไม่โดนแดด
– 1,100-1,200 ร้านอาหาร สำนักงานโดนแดด

ยกตัวอย่างเช่น
ห้องนอนโดนแดด ขนาด 4×6 เมตร
BTU = 4 x 6 x 800
BTU = 19,200

ดังนั้นหากจะซื้อแอร์ ก็ต้องเลือกที่มีขนาดอย่างน้อย 19,200 BTU แต่ก็มีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง เช่น จำนวนผู้คนที่ใช้ห้องนั้น, ความสูงจากพื้นถึงเพดาน และ ทิศทางการโดนแดดของห้อง

5 เหตุผลว่าทำไมต้องเผื่อ BTU ให้มากกว่าขนาดของห้องก่อนติดแอร์

แอร์แต่ละยี่ห้อใช้การคำนวณ BTU ที่ไม่แตกต่างกันมาก แต่หากต้องการเผื่อขนาดของ BTU ไว้ ต้องยอมรับค่าไฟที่จะตามมา และหากอยากประหยัดไฟต้องเลือกแอร์ประเภทอินเวอร์เตอร์ เหตุผลที่มักเผื่อขนาด BTU ให้มากกว่าขนาดของห้องก็คือ

1. เจ้าของบ้านชอบอุณหภูมิเย็น ๆ ชอบแอร์ที่เย็นเร็ว

ถ้าเป็นห้องนอน หรือห้องพักผ่อนภายในบ้าน เจ้าของบ้านอาจเป็นผู้ที่ชอบการอยู่ในที่เย็น ๆ จำลองอากาศหนาว ถ้าจะเลือกแอร์ที่ทำความเย็นได้เร็วก็ไม่ผิด แต่ก็ต้องแลกมากับค่าไฟที่สูงขึ้น

2. ต้องการเปิดเป็นร้าน

หากห้องนั้นเป็นร้านค้าหรือร้านอาหาร ก็จะคำนวณอุณหภูมิยากเนื่องจากประตูเปิดปิดตลอดเวลา แต่ถ้าต้องการให้ร้านเย็นเร็วก็ควรติดแอร์หลายตัว

3. ทิศของห้องโดนแดดมาก

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าต้องติดแอร์ห้องที่โดนแดดจ้า ก็จำเป็นต้องเลือกค่า BTU เพิ่มขึ้น 5% เป็นอย่างน้อย

4. ใช้เป็นห้องทำงาน มีผู้คนใช้ห้องจำนวนมาก

หากเป็น Home Office ที่เป็นห้องนั่งทำงาน ก็จำเป็นต้องเลือก BTU มากกว่าปกติ หรือใช้วิธีติดแอร์มากกว่า 1 ตัว เพื่อให้อากาศหมุนเวียนได้ทั่วถึง

5. ห้องเพดานสูง

ห้องที่มีเพดานสูง 2.5 – 3 เมตรขึ้นไป ก็อาจจะใช้วิธีการคำนวณ BTU ตามที่กล่าวมาไม่ได้ จะต้องเผื่อค่า BTU ให้สูงขึ้น เพื่อให้แอร์ทำงานได้กว้างขึ้น
ป้องกันห้องร้อนด้วยสีทาภายนอกและทาภายใน

หากเป็นรีสอร์ท หรือ บ้านขนาดใหญ่ สามารถลดอุณหภูมิป้องกันห้องกักเก็บความร้อนได้ด้วยการเลือกสีทาภายนอก และ สีทาภายในได้ ช่วยถ่ายเทความร้อนได้สูงอย่าง สีจระเข้ อี คัลเลอร์ บาย กราเฟ่นสโตน (Crocodile Colorgical by Graphenstone) ตัวเนื้อสีมีส่วนประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้ และมีคุณสมบัติสะท้อนแสงได้ดี จึงสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีปกติ

การซื้อแอร์ที่มี BTU มากกว่าขนาดของห้องเผื่อไว้นั้นอาจจะไม่จำเป็น แต่ควรซื้อให้มี BTU พอดีกับการใช้งาน เพื่อให้เครื่องไม่ทำงานหนัก และทำความเย็นได้พอดีกับผู้อยู่อาศัย และยังประหยัดไฟอีกด้วย หากคุณคิดว่าไม่สามารถเลือกแอร์ได้ด้วยตัวเอง ก็ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ขายแอร์ตามร้านได้ หรือเข้าไปใช้โปรแกรมคำนวณ BTU แอร์ตามอินเตอร์เน็ตได้สบาย ๆ ครับ